• songkranday_2557

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เรื่อง การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน

การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ลัดดาวัลย์ มูลขุนทศ* ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันทนา อมตาริยกุล** บทคัดย่อ
การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อนำไปปฏิบัติงานในหน้าที่ของตนเองให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน เป็นความจำเป็นที่สถานศึกษาจะต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาบุคลากรโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4 อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ให้มีความรู้ความเข้าใจ เขียนเค้าโครงการวิจัย และสามารถทำการวิจัยในชั้นเรียนได้ ตามกรอบของการวิจัยในชั้นเรียน 9 ขั้นตอนโดยใช้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการเป็น
2 วงรอบ แต่ละวงรอบประกอบด้วย ขั้นวางแผน ขั้นปฏิบัติ ขั้นสังเกต และขั้นสะท้อนผล โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การประชุมปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า จำนวน 6 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบทดสอบ แบบสังเกต แบบบันทึกกิจกรรมการนิเทศ แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเชิงพรรณนาวิเคราะห์
ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน ในวงรอบที่ 1 โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การประชุมปฏิบัติการ และการนิเทศ ทำให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้ตามกรอบการศึกษา 9 ขั้นตอน คือ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะวิจัย การเขียนเค้าโครงการวิจัย สร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เลือกกลุ่มตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล จัดกระทำกับข้อมูล ตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัย และจัดพิมพ์และมีส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้บรรลุเป้าหมาย คือ การตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัย และจัดพิมพ์ ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าและผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาให้บรรลุผลตามเป้าหมาย จากการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายมีมติให้ดำเนินการพัฒนาในวงรอบที่ 2 โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าทั้ง 6 คน สามารถพัฒนาตนเองในด้านการวิจัยในชั้นเรียนได้ทุกคน โดยมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน 9 ขั้นตอน
และสามารถเขียนเค้าโครง และทำวิจัยในชั้นเรียนได้ ตามขั้นตอนทุกขั้นตอนบรรลุตามวัตถุประสงค์
* นิสิตหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
** อาจารย์ประจำหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
และเป้าหมายของการศึกษาค้นคว้าได้เป็นอย่างดีผู้ร่วมศึกษามีความมั่นใจ และภาคภูมิใจ
และมีความต้องการที่จะนำความรู้จากการวิจัยในชั้นเรียนไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในยุคปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน
โดยสรุป การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การประชุมปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ทำให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเขียนเค้าโครงและเขียนรายงานทำการวิจัยในชั้นเรียนทั้ง 9 ขั้นตอนได้ ทำให้บุคลากรครูเกิดทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหาในชั้นเรียนอย่างเป็นระบบ นำกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ คำสำคัญ บุคลากร การวิจัยในชั้นเรียน บทนำ
การวิจัยในชั้นเรียนเป็นกระบวนการหาความรู้ใหม่ โดยอาศัยการทำงานที่เป็นระบบเข้ามาช่วย โดยหวังว่าข้อมูลที่จะได้มีความน่าเชื่อถือสูง และสรุปผลได้ถูกต้องซึ่งการวิจัยเป็นกระบวนการค้นหาความรู้ในลักษณะที่เป็นเชิงวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ สังเกตว่ามีปัญหาหรือข้อสงสัยอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง รวบรวมข้อมูลและศึกษาความจริงที่สังเกตได้ ลองทำนายผลจากสมมุติฐาน หรือทฤษฎีโดยการอนุมานในลักษณะที่คาดถึงสิ่งที่ยังสังเกตไม่ได้ แล้วดำเนินการพิสูจน์โดยการนำข้อมูลที่รวบรวมมาทดสอบกับการทำนายที่ตั้งขึ้น หากความรู้ที่ได้ตรงข้ามกับสมมุติฐานหรือทฤษฎีก็รวบรวมข้อมูลใหม่ให้กว้างขวางขึ้น หรือตั้งสมมุติฐานใหม่ให้สอดคล้องกับข้อมูลอันใหม่แล้วดำเนินการพิสูจน์ใหม่ ดังนั้น การวิจัยจึงเป็นกระบวนการที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ (ประวิต เอราวรรณ์. 2545 : 2) การวิจัยในชั้นเรียนนอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านจัดการเรียน การสอนให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงแล้วยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาชีพครูอีกด้วย แต่ในการวิจัยในชั้นเรียนเป็นสิ่งที่ครูผู้สอนมีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยาก ไม่สามารถทำได้ซึ่งโดยความเป็นจริง เป็นสิ่งที่ครูผู้สอนสามารถทำได้ด้วยตนเองและไม่ยากอย่างที่คิด เนื่องจากครูเป็นบุคคลที่มี ความใกล้ชิดกับนักเรียนรู้และเข้าใจสภาพการเรียนการสอนอย่างแท้จริง และอาจจะทำการวิจัยอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะครูผู้สอนที่พยายามหาทางปรับปรุงการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพ การเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น (ชาตรี เกิดธรรม. 2544 : 11) จึงถือได้ว่าการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถทำการวิจัยในชั้นเรียนได้ เป็นสิ่งจำเป็นและควรพัฒนา
การพัฒนาบุคลากรจึงเป็น กระบวนการในการพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะความชำนาญ ประสบการณ์และเป็นการพัฒนาทัศนคติของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สหชาติ ไชยรา. 2544 : 23) สอดคล้องกับแนวความคิดของคะนึงนิจ กองผาพา (2543 : 10) ที่สรุปความหมายของการพัฒนาบุคลากรว่าเป็น การปรับปรุงเพิ่มพูน
คุณภาพบุคลากร
คุณภาพบุคลากร ทั้งครูฝ่ายปฏิบัติการสอนและฝ่ายสนับสนุนการสอนรวมทั้ง การปฐมนิเทศครูใหม่
ซึ่งขอบเขตการพัฒนาจะครอบคลุมถึงการพัฒนาด้านความรู้ เจตคติและวิธีปฏิบัติงานในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น การพัฒนาบุคลากรมีความสำคัญในการที่จะทำให้บุคลากรในหน่วยงานมีความสามารถที่จะปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพตามที่หน่วยงานต้องการได้ เนื่องจากบุคคลที่ได้รับการบรรจุมาแล้วยังไม่มีความรู้ความสามารถ ความชำนาญเพียงพอที่จะปฏิบัติงานให้ได้ผลสูงสุดตามที่หน่วยงานต้องการได้จึงจำเป็น ต้องพัฒนาให้มีความสามารถก่อน นอกจากนั้นเมื่อบุคลากรเหล่านั้นได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่ ก็จำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงกล่าวได้ว่าการพัฒนาบุคคลากรนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในหน่วยงาน (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 2540 : 156)
การพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทำให้บุคคลมีความรู้ ความชำนาญเพิ่มพูนขึ้น สามารถก้าวทันต่อวิทยาการใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ทันท่วงที ซึ่งนอกจากจะทำให้บุคลากรมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้ว ยังส่งผลให้หน่วยงานได้ผลผลิตเพิ่มมากยิ่งขึ้น และ ลดความสิ้นเปลืองที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างมาก อันเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของทุกหน่วยงาน (ปริศนา เสร่บาง. 2541 : 16) เนื่องจากองค์ประกอบเป็นบุคลากรที่สำคัญที่สุดในองค์การ การพัฒนาเพื่อ ความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งจำเป็น และเพื่อที่จะให้พัฒนาบุคลากรบรรลุตามความมุ่งหมาย จึงได้มีการกำหนดเป็นแนวทางในการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน โดยดำเนินงานอย่างเป็นระบบ หรือเป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากร
โดยผู้บริหารต้องกำหนดแนวทางในการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานโดยจัดทำกระบวนการพัฒนาบุคลากรตามขั้นตอน 5 ขั้นตอน ดังนี้ คือ ปัญหาและสำรวจ ความต้องการเพื่อพัฒนา กำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา วางแผนพัฒนา ดำเนินการพัฒนาและประเมินการพัฒนา (คะนึงนิจ กองผาพา. 2543 : 19-20 ; อ้างอิงมาจาก เสริมวิทย์ ศุภเมธี. 2531 : 49) ซึ่งทุกโรงเรียนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน เพราะครูมีความสำคัญและบทบาทในการศึกษาอย่างมาก โรงเรียนจึงต้องมีการวางแผนเพื่อพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงโรงเรียนบ้านภูคำเบ้าด้วยเช่นกัน
โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4 อำเภออุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น เป็นโรงเรียนที่สอนระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการประเมินคุณภาพการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ภาษาไทย คณิตสาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษยังไม่บรรลุ ตามเป้าหมายของโรงเรียน ภาพรวมผลของการประเมินทำให้ทราบปัญหาและความต้องการพัฒนาครูผู้สอนที่สำคัญที่สุดคือ การทำวิจัยในชั้นเรียนตามแนวทางการปฏิรูปทางการศึกษาดังปรากฏในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างจริงจังค่อนข้างน้อย ซึ่งในสภาพการณ์ที่ผ่านมาครูผู้สอนโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เคยได้รับ การฝึกอบรมเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน แต่ขาดการดำเนินการในการทำวิจัยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
จึงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน
จึงเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน (โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า. 2553 : 2-5)
จากสภาพปัญหาของโรงเรียนในปัจจุบันพบว่า ปัญหาเกิดจากบุคลากรที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดทักษะ ความชำนาญและประสบการณ์ในการทำวิจัยในชั้นเรียน และขาดความมั่นใจ ทำให้พบปัญหาในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียน กล่าวคือ ไม่ปรับปรุงพฤติกรรมการสอนของตน ใช้วิธีการสอนไม่หลากหลาย จึงส่งผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียน ทำให้นักเรียนไม่สนใจบทเรียน ปัญหาภาระงานของครูที่มีมาก เช่น มีคาบสอนมากเกินไป หรือสอนหลายวิชา ทำให้มีเวลาเตรียมการสอนน้อย จึงทำให้การสอนไม่ได้ผล และอีกประการหนึ่งก็คือ ครูขาดประสบการณ์และความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสอนจึงส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ และจากการศึกษารายงานผลการเรียนของโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อนข้างต่ำและยังขาดความกระตือรือร้นในการเรียน ไม่กล้าแสดง ความคิดเห็น ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จากที่กล่าวมาสรุปได้ว่า โรงเรียนมีสภาพการจัดการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
ทั้งทางด้านบุคลากรคือ ครูและนักเรียนที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอน (โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า. 2553 : 2-5)
ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้ศึกษาค้นคว้าในฐานะผู้ปฎิบัติการสอนโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า ได้เล็งเห็นความสำคัญและจำเป็นในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยการนำเอาระบบ
การวิจัยในชั้นเรียนเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนการสอนของครูและตระหนักถึงความสำคัญในการทำวิจัย เนื่องจากครูเป็นบุคลากรที่เข้าถึงปัญหาการเรียนการสอนได้ดีที่สุด นอกจากนั้นผลงานการวิจัยของครูยังเป็นวิธีการในการพัฒนางานวิชาชีพของตนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังเพื่อการพัฒนาที่สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรอันส่งผลต่อคุณภาพ
การจัดการศึกษาและคุณภาพของผู้เรียนต่อไป ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
เพื่อพัฒนาบุคลากรโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4 อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ให้มีความรู้ความเข้าใจ เขียนเค้าโครงการวิจัย และสามารถทำการวิจัยในชั้นเรียนได้ วิธีการศึกษาค้นคว้า
การศึกษาค้นคว้านี้ใช้การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research Principle) ตามแนวคิดของเคมมิส และ แมกแทกการ์ท (Kenmmis and McTaggart. 1988 : 11-15) มุ่งศึกษาการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ใช้กรอบกระบวนการวิจัย
ในชั้นเรียน
ในชั้นเรียนของ รองศาสตราจารย์ ดร.บุญชม ศรีสะอาด (บุญชม ศรีสะอาด. 2545 : 16-17) เป็นกรอบแนวคิด มี 9 ขั้นตอน ดังนี้ 1) เลือกหัวข้อปัญหา 2) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะวิจัย 3) เขียนเค้าโครงการวิจัย 4) สร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล 5) เลือกกลุ่มตัวอย่าง 6) เก็บรวบรวมข้อมูล
7) จัดกระทำกับข้อมูล 8) ตีความผลการวิเคราะห์ และ 9) เขียนรายงานการวิจัย และจัดพิมพ์ โดยดำเนินการเป็น 2 วงรอบ (Spiral) แต่ละวงรอบประกอบด้วยขั้นตอนการวางแผน (Planning) ขั้นตอนการปฏิบัติการ (Action) ขั้นการสังเกต (Observation) และขั้นการสะท้อนผลการปฏิบัติการ (Reflection) โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การประชุมปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า จำนวน 6 คน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบทดสอบ แบบสังเกต แบบบันทึกกิจกรรมการนิเทศ แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าเชิงพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาค้นคว้า
การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ตามหลักการและขั้นตอนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต การสะท้อนผล โดยใช้กิจกรรมการศึกษาเอกสารด้วยตนเอง การประชุมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน สรุปผลการศึกษาค้นคว้าได้ ดังนี้
ผลการพัฒนาครูเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน ในวงรอบที่ 1 โดยการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศ ทำให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำวิจัยในชันเรียนได้ตามกรอบการศึกษา 9 ขั้นตอน คือ การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะวิจัย การเขียนเค้าโครงการวิจัย สร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เลือกกลุ่มตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล จัดกระทำกับข้อมูล ตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัย และจัดพิมพ์และมีส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้บรรลุเป้าหมาย คือ การตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัย และจัดพิมพ์ ซึ่งผู้ศึกษาค้นคว้าและผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้ปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาให้บรรลุผลตามเป้าหมาย จากการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายมีมติให้ดำเนินการพัฒนาในวงรอบที่ 2
ผลการพัฒนาในวงรอบที่ 2 โดยการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าทั้ง 6 คน สามารถพัฒนาตนเองในด้านการวิจัยในชั้นเรียนได้ทุกคน โดยมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน 9 ขั้นตอน และสามารถเขียนเค้าโครง และทำวิจัยในชั้นเรียนได้ ตามขั้นตอนทุกขั้นตอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของการศึกษาค้นคว้าได้เป็นอย่างดีผู้ร่วมศึกษามีความมั่นใจ และภาคภูมิใจ และมีความต้องการที่จะนำความรู้จากการวิจัยในชั้นเรียนไปพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในยุคปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบัน
อภิปรายผล
อภิปรายผล
การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้กลยุทธ์การศึกษาเอกสารด้วยตนเอง การประชุมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน พัฒนาภายใต้หลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการพัฒนา 2 วงรอบ แต่ละวงรอบมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติ การสังเกต การสะท้อนผล โดยใช้กรอบการวิจัยในชั้นเรียน
9 ขั้นตอน คือ เลือกหัวข้อปัญหา ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย เขียนเค้าโครงการวิจัย สร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เลือกกลุ่มตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล จัดกระทำกับข้อมูล ตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัยและจัดพิมพ์ เมื่อครบ 2 วงรอบแล้วทำให้ครูมีความรู้ มีความเข้าใจ
ในกระบวนการทำวิจัย และเกิดความมั่นใจ สามารถดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของจินตนา เอี่ยมอุตมะ (2551 : 100 – 108) พบว่าการพัฒนาบุคลากรด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศ ทำให้ครูผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจและสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนตาม 8 ขั้นตอนได้ ในระดับที่น่าพอใจ สามารถอธิบายได้ว่า การทำวิจัยในชั้นเรียนตามขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมซึ่งเป็นข้อค้นพบในการทำวิจัยของผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าเอง ทำให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าทุกคนสามารถดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สอดคล้องกับผลการศึกษาของสำเนา เทียมดวงแข (2550 : 95-102) พบว่าการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน
โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ การมอบหมายงาน และการนิเทศ ทำให้ผู้ร่วมการศึกษาค้นคว้ามีความรู้ความเข้าใจการทำวิจัยในชั้นเรียน และสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการประชุมเชิงปฏิบัติการไปเขียนเค้าโครงการวิจัยในชั้นเรียนได้ กิจกรรมการมอบหมายงานการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยการประเมินการทำวิจัยในชั้นเรียนแต่ละขั้นตอนอยู่ในระดับดี สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลข้อมูลเพื่อนำมาเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนตามขั้นตอนได้เป็นอย่างดี และสอดคล้องกับผลการศึกษาของสุรัตน์ จงกลนี (2550 : 95-97) พบว่าการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศการศึกษา ทำให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจสามารถดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนได้ ซึ่งควรมีการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง คือ การสร้างสื่อการเรียนรู้การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการเรียนรู้
การวัดผลประเมินผลตามสภาพจริงเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้และมีประสิทธิภาพ
จากการใช้กลยุทธ์การศึกษาเอกสารด้วยตนเอง การประชุมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ และการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ในการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นนั้น นำมาอภิปรายผลได้ดังนี้
1. จากการใช้กลยุทธ์การศึกษาเอกสารด้วยตนเอง โดยผู้ศึกษาค้นคว้าได้ศึกษาเกี่ยวกับข้อเท็จจริง แนวคิด ทฤษฎี หลักการ ความรู้ความคิดเห็นต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้งานวิจัยมีพื้นฐานรองรับที่ดี และความน่าเชื่อถือ ช่วยกำหนดปัญหา หลีกเหลี่ยงการทำวิจัยซ้ำซ้อนกับผู้อื่น รู้ทิศทางแนวโน้มของ
การวิจัยที่ผ่านมา
การวิจัยที่ผ่านมา และเชื่อมโยงกับงานวิจัยที่กำลังทำอยู่ เป็นการเรียนรู้งานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งอาจจุดประกายทางความคิดและแง่มุมใหม่ ๆ หรือหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยการกำหนดขอบเขตการวิจัย การออกแบบการวิจัย เครื่องมือและการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปรความหมายตลอดจนการอภิปรายผล และการให้ข้อเสนอแนะด้วยเหตุผลที่นักวิชาการได้ให้ไว้ในเบื้องต้น จึงทำให้การใช้กลยุทธ์ในการพัฒนานี้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่สมเดช ศรีแสง (2541 : 257-258) ระบุไว้ว่า การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้ศึกษาควรมีความริเริ่มตั้งแต่ให้มุ่งมั่นแสวงหาความรู้ มีความรับผิดชอบในการควบคุมตนเองไปในทิศทางที่ปรารถนา โดยการบริหารและจัดการเรียนรู้ของตนเองด้วยการวินิจฉัยความต้องการในการเรียนรู้ วางแผน ออกแบบยุทธวิธีที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายในด้านเนื้อหา กำหนดวิธการเรียน สื่อ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิธีการประเมินผลการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยการประเมินตนเอง
2. จากการใช้กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยผู้ศึกษาค้นคว้าใช้การประชุมชี้แจ้ง ทำความเข้าใจให้ความรู้โดยวิทยากร ให้บุคลากรฝึกปฏิบัติจริงตั้งแต่ เลือกหัวข้อปัญหา ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย เขียนเค้าโครงการวิจัย สร้างเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล เลือกกลุ่มตัวอย่าง เก็บรวบรวมข้อมูล จัดกระทำกับข้อมูล ตีความผลการวิเคราะห์ และการเขียนรายงานการวิจัยและจัดพิมพ์ โดยวิทยากรคอยให้ความช่วยเหลือ แนะนำเป็นรายบุคคล ทำให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ (2543 : 657-658) กล่าวว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หมายถึง เป็นวิธีการฝึกอบรมที่เริ่มมีผู้นิยมใช้กันมากขึ้น โดยผู้ประชุมมาปฏิบัติการ ตามปกติจะมีประมาณ 15-20 คน มีความสนใจหรือมีปัญหาในการปฏิบัติ งานที่คล้ายคลึงกันมาร่วมกันศึกษา วิเคราะห์หาทางแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันทดลองหาวิธีการปฏิบัติใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงาน โดยผู้ดำเนินการจะต้องจัดเตรียมโครงการ วิทยากร ข้อมูล รวมทั้งสถานที่วัสดุที่จำเป็นและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้ให้พร้อม และผู้เข้าประชุมปฏิบัติการทุกคนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
3. จากการใช้กลยุทธ์การนิเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้นิเทศครูหลังจากการประชุมเชิงปฏิบัติแล้ว ครูผู้รับผิดชอบได้ลงมือปฏิบัติจริง นำความรู้ที่ได้มาปฏิบัติ ส่งผลให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า มีความรู้ ความเข้าใจ ในการะบวนการของการวิจัยในชั้นเรียน สามารถทำวิจัยในชั้นเรียน ตามขั้นตอนการวิจัย 9 ขั้นตอนของ รศ.ดร.บุญชม ศรีสะอาด และการเขียนรายงานการวิจัยได้ดีขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการนิเทศเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรที่สำคัญอีกกลยุทธ์หนึ่ง ที่ใช้สำหรับกำกับติดตามการปฏิบัติงานของครูเพื่อให้ทราบปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการวิจัยในชั้นเรียน ผู้นิเทศให้คำปรึกษา แนะนำ และให้กำลังใจเพื่อให้ครูสามารถวิจัยในชั้นเรียนได้สำเร็จและมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการนิเทศที่สนั่น มีสัตย์ธรรม (2540 : 316) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนโดยผ่านตัวกลาง คือ ครู บุคลากรทางการศึกษา
4. จากการใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
4. จากการใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า คือ การตีความผลการวิเคราะห์ และเขียนรายงานการวิจัยและจัดพิมพ์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการโรงเรียน โดยได้กำหนดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา 15.00 - 17.00 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ามีการนำเสนองานวิจัยของตนเอง พร้อมกับนำผลงานวิจัยดังกล่าวมาลองสรุปผลรายงานร่วมกัน โดยศึกษาตัวอย่างซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้ ชื่อเรื่องหรือปัญหาการวิจัย ความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ โดยหลังจากที่แต่ละคนนำเสนอผลงานเสร็จสิ้นลง ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า อภิปรายและให้ข้อเสนอแนะซึ่งกันและกัน ในส่วนที่ยังไม่ถูกต้องสมบูรณ์ทั้งในด้านการใช้ข้อความ สำนวน ภาษาและองค์ประกอบอื่นให้มีความถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้มีการปรับปรุงแก้ไขข้อความเพื่อนำเสนอในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งต่อไป ส่วนผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า ที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้นั้นให้ครูชำนาญการพิเศษ ได้นำตัวอย่างการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าอีกคนมาประกอบคำอธิบายจนเป็นที่เข้าใจและสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ ครั้งที่ 2 วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา 15.00 - 17.00 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าได้นำรายงานฉบับที่ปรับปรุงแก้ไขจากการแนะนำของคุณครูชำนาญการพิเศษ ผู้ศึกษาค้นคว้าและกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าที่เคยเสนอแนะจากการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 มานำเสนอในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง และผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อเสนอแนะในการใช้ภาษาไทยในการเขียนรายงานและครั้งที่ 3 วันที่ 3 ธันวาคม 2553 เวลา 15.00-17.00 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า ผู้ศึกษาค้นคว้า กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า วิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้มีการสรุปผลการดำเนินการการทำวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนบ้านภูคำเบ้า อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พร้อมทั้งได้เสนอแนะในการจัดทำรูปเล่มและเผยแพร่ผลงาน ผลจากการดำเนินการนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ทำให้ผู้เข้าร่วมศึกษาค้นคว้ามีความสามารถทำวิจัยในชั้นเรียนตามกระบวนการ 9 ขั้นตอนได้ ทุกคนสามารถสำรวจวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการเรียนการสอนได้ กำหนดวิธีการแก้ปัญหาการพัฒนาได้ สามารถการนำนวัตกรรมไปใช้ และสามารถสรุปผลได้ และ ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้ายังสามารถเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน และจัดพิมพ์ได้ ด้านการใช้ภาษาในการเขียนรายงาน โดยช่วยกันปรับภาษาที่ใช้ภาษาพูดเป็นภาษาเขียน ปรับการใช้ภาษาในการนิยามศัพท์เฉพาะ และการอภิปรายผลได้ดีขึ้น ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปใช้
1.1 เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน ควรดำเนินการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนโดยใช้กลยุทธ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศให้กับบุคลากรทุกคนในโรงเรียน
1.2 จากการศึกษาค้นคว้าโดยใช้กลยุทธ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ
1.2 จากการศึกษาค้นคว้าโดยใช้กลยุทธ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศ ทำให้ครูมีความกระตือรือร้นในการทำวิจัยในชั้นเรียน ดังนั้นผู้บริหารควรกำหนดตารางให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
1.3 ควรมีแหล่งให้บุคลากรได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่อง สถิติที่ใช้ในการวิจัยในชั้นเรียน รูปแบบการเขียนเอกสารทางวิชาการ
1.4 ควรจัดหาแหล่งข้อมูลให้บุคลากรที่ทำการวิจัยในการเรียนที่หลากหลาย เช่น เอกสารงานวิจัย วารสารที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน เอกสารทำการวิจัยในชั้นเรียน
1.5 ควรมีการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการและมีการนิเทศ เกี่ยวกับวิเคราะห์ปัญหาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการพัฒนาครูผู้สอนให้มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
1.6 ควรมีการส่งเสริมความรู้ในการพัฒนาครูในด้านการสร้างนวัตกรรมหรือวิธีการในพัฒนาการจัดการเรียนรู้และเครื่องมือวัดผล ประเมินผลทางการศึกษา
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป
2.1 ควรศึกษาค้นคว้าในเรื่องการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้พัฒนากระบวนการทำวิจัยในชั้นเรียน
2.2 ควรศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการพัฒนาการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้ในกระบวนการทำวิจัยในชั้นเรียน
2.3 ควรศึกษารูปแบบการพัฒนาการวิจัยในชั้นเรียนโดยใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อความหลากหลายและความสำเร็จในการทำวิจัยในชั้นเรียน เอกสารอ้างอิง
คะนึงนิจ กองผาพา. การพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนอาชีวะศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ
ศึกษาเอกชน เขตเทศบาลเมือง จังหวัดขอนแก่น. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม.
มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2543.
จินตนา เอี่ยมอุตมะ. การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนอนุบาลมุกดาหาร จังหวัด
มุกดาหาร. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550.
ชาตรี เกิดธรรม. อยากทำวิจัยในชั้นเรียนแต่เขียนไม่เป็น. กรุงเทพฯ : ดิจิตอลเลิร์นนิ่ง, 2544.
ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์. “องค์การบริหารพิเศษ (Executive agency) และองค์การมหาชน (Autonomous
public organization),” วารสารข้าราชการ 44. หน้า 23. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม, 2544.
บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 2545. ปริศนา เสร่บาง
ปริศนา เสร่บาง. ความต้องการพัฒนาครูอาจารย์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษา สังกัดกรมอาชีวศึกษาใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2541.
ประวิต เอราวรรณ์. การวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ : ยูแพด, 2545.
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. การบริหารทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรการศึกษา. มหาสารคาม :
อภิชาติการพิมพ์, 2540.
โรงเรียนบ้านภูคำเบ้า. รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีการศึกษา 2/2552. ขอนแก่น : โรงเรียน
บ้านภูคำเบ้า, 2553.
สหชาติ ไชยรา. การพัฒนาบุคลากรของศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด อำเภอเมืองหนองบัวลำภู
จังหวัดหนองบัวลำภู. รายงานการศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัย
มหาสารคาม, 2544.
สุรัตน์ จงกลณี. การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนภูมิพิชญ อำเภอกุดจับ
จังหวัดอุดรธานี. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม,
2550.
เสริมวิทย์ สุภเมธี. การพัฒนาองค์การ. กรุงเทพฯ : ภาควิชาพื้นฐานการศึกษาวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ
เจ้าพระยา, 2531.
สมเดช ศรีแสง. คู่มือการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาคู่มือปฏิบัติราชการและเตรียมสอบผู้บริหาร
ทุกตำแหน่ง. นครสวรรค์ : ริมปิงการพิมพ์, 2541.
สนั่น มีสัตย์ธรรม. ปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ
ในเขตการศึกษา 11. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2540.
สำเนา เทียมดวงแข. การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนกุดสะเทียมวิทยาคาร
อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม :
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2550.
Kemmis, S. and R. McTaggart. The Action Research Planner. Victor : Deakin University, 1988.
อ่านทั้งหมด
นายชูเกียรติ ด่านธนะทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 ภูมิลำเนา จังหวัดน่าน
เปิด[4,878]
25 พฤศจิกายน 2556
เกิดวันที่ 7 ตุลาคม 2502 อายุ 53 ปี ภูมิลำเนา(เกิด) อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 111 ม.1 ต.ทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบ
เปิด[5,638]
18 พฤศจิกายน 2556
ข้อมูลประวัติ ผลงาน นายสมเกียรติ สรรคพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 …………………………………………… 1. ชื่อ – ชื่อสกุล น
เปิด[5,760]
18 ธันวาคม 2556
ดร.ถาวร คูณิรัตน์ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 การศึกษาศึกษาศาสตรบัณฑิต(การประถมศึกษา) มหาวิทยาลัยสุโขทัย
เปิด[5,140]
10 มกราคม 2557
นายไพบูลย์ ชวรุ่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 วัน เดือน
เปิด[4,957]
20 พฤศจิกายน 2556
ประวัตินายจิรวัฒน์ ปัญญา ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๕ ...................................... ภูมิล
เปิด[4,562]
20 พฤศจิกายน 2556
นายวีระพงศ์ เดชบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 - เกิดวันที่ 24 เมษายน 2503 - ภูมิลำเนา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราช
เปิด[4,605]
19 พฤศจิกายน 2556
>>> ประวัติ นายสมศักดิ์ ศรีรักษา ชื่อ นายสมศักดิ์ ศรีรักษา ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศ
เปิด[6,014]
22 พฤศจิกายน 2556
แนะนำผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ประวัติส่วนตัว ดร. ประภัสร สุภาสอน เกิดวันที่ 12 ตุลาคม 2497 ณ บ้านเลขที่
เปิด[4,441]
18 พฤศจิกายน 2556
ประวัติผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ชื่อ นางอรฤดี พูลศรี วัน เดือน ปี เกิด 9 สิงหาคม 2498 ประวัติกา
เปิด[5,155]
20 พฤศจิกายน 2556
>>>>นายสมเจษฏ์ ศรีสมจักร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๐ ประวัติส่วนตัว เกิดวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่จังหวั
เปิด[3,492]
27 มกราคม 2557
ว่าที่ร้อยตรีวัฒนา ไกรนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๑ เกิด ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๙๗ ภูมิลำเนา
เปิด[3,981]
13 ธันวาคม 2556
แนะนำผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ดร.กิตินันท์ โนสุ วันเดือนปีเกิด 15 เมษายน 2504 ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.น่าน ค
เปิด[5,629]
21 พฤศจิกายน 2556
นายบุญหมั่น ค้าทอง
เปิด[3,690]
21 มกราคม 2557
นายศักดา  จันทร์ฝอย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษนครราชสีมา เขต 6 ประวัติส่วนตัวนายศักดา  จันทร์ฝอ
เปิด[6,100]
15 พฤศจิกายน 2556
นายประจักษ์ ช่างเรือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต3 - เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน 2502 - ภูมิลำเนาเดิม อำเภ
เปิด[4,495]
20 พฤศจิกายน 2556
ประวัติส่วนตัว นายวิชัย พวงภาคีศิริ เกิดวันที่ 4 พฤศจิกายน 2500 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เ
เปิด[4,208]
06 ธันวาคม 2556
>>> ประวัติส่วนตัว นายบุญเทียม อังสวัสดิ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ เกิดวันที่ ๑๐
เปิด[5,399]
28 พฤศจิกายน 2556
ประวัติ นายสมุทร สมปอง ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 เบอร์โทรศัพท์ 085-4647557 Email: Samoot
เปิด[4,693]
18 พฤศจิกายน 2556
นายโกวิท เพลินจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 . เกิดวันที่ 1 กันยายน 2501 . การศึกษา
เปิด[4,822]
28 พฤศจิกายน 2556