วันศุกร์, 9 ตุลาคม 2569

สพฐ. ชูความฉลาดรู้ด้านการอ่าน เชื่อมบริบทการเรียนรู้สู่โลกความจริง พัฒนาเด็กไทย “อ่านโลก” คิดเป็น–ใช้ความรู้เป็น

30 ก.ย. 2026
64

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้ายกระดับความฉลาดรู้ด้านการอ่านตามแนวทาง PISA เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และบริบทชุมชน สู่การออกแบบการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ชูแนวคิด “อ่านเป็น ไม่ใช่เพียงอ่านหนังสือออก แต่ต้องอ่านโลกได้” มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เข้าใจข้อมูล คิดวิเคราะห์ แยกแยะ ให้เหตุผล ตั้งคำถาม และประยุกต์ใช้ความรู้ในการดำเนินชีวิต พร้อมส่งเสริมครูสู่บทบาท “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” เชื่อมห้องเรียนกับโลกจริง

.

วันที่ 27 กันยายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมายให้ นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดงาน “นิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่านตามแนวทาง PISA บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่บริบทโลกจริง” ณ โรงเรียนบ้านเกริงกระเวีย อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา นางสาวจรูญศี แจบไธสง รักษาการผู้เชียวชาญ สพฐ. นายสมเจตน์ พันธ์พรม ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สพฐ. นางนันท์ปภัทร บรรณ์ติเจริญโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 นางกนิษฐา ช่างถม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2 และ 3 พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา คณะครู และนักเรียน เข้าร่วม

.

นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ กล่าวว่า ความฉลาดรู้ด้านการอ่านเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในทุกมิติ เพราะคำว่า “อ่านเป็น” ไม่ได้หมายถึงเพียงการอ่านหนังสือออก แต่หมายถึงความสามารถในการ “อ่านโลก” เข้าใจข้อมูลที่หลากหลาย คิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลอย่างมีเหตุผล ตั้งคำถามกับสิ่งที่พบเห็น และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง PISA ที่ไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาเพื่อทำข้อสอบเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการนำความรู้และทักษะไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริง

.

สิ่งสำคัญของการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้ คือการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และบริบทของชุมชน มาเป็นฐานในการเรียนรู้ ทำให้เรื่องใกล้ตัวของเด็กกลายเป็นโจทย์ที่ช่วยเปิดมุมมองไปสู่โลกที่กว้างขึ้น เมื่อครูนำสถานการณ์จริงมาออกแบบเป็นกิจกรรมหรือโจทย์การเรียนรู้ ผู้เรียนจะได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม แสวงหาคำตอบ และเชื่อมโยงองค์ความรู้กับชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเรียนรู้และการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

.

พร้อมกันนี้ สพฐ. ให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาและครูในฐานะผู้ออกแบบการเรียนรู้ ที่จะเชื่อมห้องเรียนเข้ากับชีวิตจริง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ลงมือค้นหาคำตอบ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยนิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่นำเสนอผลงาน แต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และต่อยอดแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อขยายผลไปสู่สถานศึกษาอื่นและร่วมกันยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

.

“เป้าหมายของการศึกษาไม่ได้มุ่งเพียงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แต่ต้องทำให้ผู้เรียนอ่านเป็น คิดเป็น เรียนรู้เป็น และประยุกต์ใช้ความรู้เป็น สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศ” นายวิษณุ กล่าว

.

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่านให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันเปลี่ยนบริบทและภูมิปัญญาที่อยู่รอบตัวเด็กให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างผู้เรียนที่ไม่เพียง “อ่านออก” แต่สามารถ “อ่านโลก” คิดอย่างมีเหตุผล และใช้ความรู้รับมือกับสถานการณ์จริงได้ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ขอบคุณภาพ : ทีมครู PR.กาญจนบุรี เขต 3

ข่าว : บรรพต เติมลาภ

ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

#สพฐ. #OBEC#ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน#ReadingLiteracy#PISA#PISA2029#อ่านโลก#อ่านเป็นคิดเป็น#คิดวิเคราะห์#ใช้ความรู้เป็น#เรียนรู้จากชีวิตจริง#ภูมิปัญญาท้องถิ่น#ยกระดับคุณภาพการศึกษา