สพฐ. ชื่นชม สพม.-อาชีวะ กาญจนบุรี ร่วมใจ สร้างโอกาสเด็กไทยสู่อาชีพที่ดี

วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การเรียนกาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน  นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้พบปะให้กำลังใจผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง) สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี (วิทยาลัยพี่เลี้ยง) รวมถึงผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูผู้สอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.ลักษณะที่ 3 จำนวนทั้งสิ้น 20 คน ที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพในโรงเรียนมัธยมศึกษา (ปวช.ลักษณะที่ 3) ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาภายใต้การดูแลของพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เพื่อให้สถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.ลักษณะที่ 3 ดำเนินการจัดการศึกษาเป็นไปตามนโยบายและแนวทางการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช. ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างมีประสิทธิภาพ 

.

การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี นำโดย นายไพชยา พิมพ์สารี ผอ.สพม.กาญจนบุรี พร้อมด้วย นายประยุทธ์ นิลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี เป็นวิทยากรให้ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ Credit Bank  ดร.จิตราวรรณ บุตราช ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพนมทวน เป็นผู้ให้ความรู้เรื่องการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. 2567 และ ดร.แสนศักดิ์ ดีอ่อน รองอธิการบดี รักษาการผู้อำนวยการศูนย์การเรียนกาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วมบรรยายพิเศษ โดยมีโรงเรียนในสังกัด สพม.กาญจนบุรี เข้าร่วมจำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนประชามงคล โรงเรียนร่มเกล้ากาญจนบุรี (ในโครงการพระราชดำริ) โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และโรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา โดยแต่ละโรงเรียนเปิดสอน ปวช.ลักษณะที่ 3 ดังนี้ 1.โรงเรียนประชามงคล เปิดสอน 4 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างไฟฟ้ากำลัง ช่างเชื่อมโลหะ การบัญชี และเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล 2.โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา เปิดสอน 4 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างไฟฟ้ากำลัง อาหารและโภชนาการ การบัญชี และเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (วางแผนในปีการศึกษา 2568 อีก 2 สาขาวิชา คือ ช่างยนต์ และช่างเชื่อม) 3.โรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี (ในโครงการพระราชดำริ) เปิดสอน 4 สาขาวิชา ได้แก่ ช่างไฟฟ้า อาหารและโภชนาการ การบัญชี และเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล และ 4.โรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม เปิดสอน 1 สาขาวิชา ได้แก่ อาหารและโภชนาการ

.

โอกาสนี้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า สพฐ. ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาประชากรวัยเรียนด้วยการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทั้งสายสามัญและสายอาชีพ โดยเปิดโอกาสให้ประชากรวัยเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้เข้าศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ใกล้บ้านได้อย่างทั่วถึง และมีมาตรฐานการศึกษาที่ทัดเทียมกับสถานศึกษาสังกัด สอศ. สามารถเทียบโอนรายวิชา ย้ายหรือเทียบโอนระหว่างสถานศึกษาได้ ต้องขอบคุณทาง สพม.กาญจนบุรี ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้เรียนในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ได้เข้าศึกษาต่อด้านอาชีพตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสถานศึกษาสังกัด สพม.กาญจนบุรี ตามความต้องการอย่างทั่วถึง เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน ประกอบอาชีพอยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

.

นางเกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า จากที่ได้พูดคุยกับทุกท่านในวันนี้ ขอชื่นชมการเปิดสายอาชีพในโรงเรียนโครงการกองทุน  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้ความสนใจในเรื่องการเรียนการสอน เข้มข้นในการปฏิบัติได้ดี ลงถึงผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ และมี ดร.แสนศักดิ์ ดีอ่อน รองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ให้ความร่วมมือดำเนินการในงานที่จะทำให้เกิดอาชีพที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ต่าง ๆ เป็นพี่เลี้ยง จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้นักเรียนมีความสามารถ ข้ามองค์ความรู้ไปสู่อาชีพอื่น ๆ ได้ และในเรื่อง Credit Bank จะช่วยให้มองภาพไปถึงการที่เด็กเรียนในระดับ ม.6 แต่ได้ในสิ่งที่เตรียมความพร้อมของการเรียนระดับปริญญาตรี การเข้าสังคมความรู้ลักษณะแบบนี้ได้ สิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สำคัญคือ นักเรียนได้รับโอกาส ความเอื้ออาทรจากผู้ใหญ่ใจดีมอบให้กับทางโรงเรียนของเรา ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับโอกาส ได้รับการช่วยเหลือทางวิชาการ และช่วยนำระบบ Credit Bank รวมทั้งอาชีพในสายต่าง ๆ  ที่รองรับเป็นสถานที่ที่เด็กควรได้รับโอกาสในจุดนี้ อย่างน้อยที่สุดเด็กสามารถจะทำที่ไหนก็ได้ ต่อยอดองค์ความรู้ได้เพื่ออาชีพตามความสนใจและความถนัดต่อไป

.

“ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารและบุคลากรของ สพม.กาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี และวิทยาลัยการอาชีพพนมทวน ที่ได้มีการผลักดันและสร้างความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน เพื่อประโยชน์แก่ผู้เรียน ได้ต่อยอดองค์ความรู้และนำไปสู่การมีรายได้ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของพล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. ไม่ว่าจะเป็น Learn to Earn, Anywhere Anytime ทำให้นักเรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะองค์ความรู้ตามความสนใจและความถนัดของตนเองได้อย่างเต็มที่ รวมถึงนโยบาย Quick Win ของว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ที่เห็นความสำคัญและเห็นศักยภาพในตัวเด็กไทย และที่สำคัญคือความทุ่มเทของทุกคนที่ร่วมมือร่วมใจกัน สร้างโอกาสให้กับนักเรียนได้จริงๆ โดยการเรียนมิใช่เรียนเพื่อรู้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนแล้วทำได้ สามารถประกอบอาชีพได้จริงในอนาคตด้วย” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว