สพฐ. เตรียมความพร้อมพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมสร้าง “องค์กรคุณภาพ สร้างคนดี มีความสุข”

วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา) ระหว่างวันที่ 24 – 25 มิถุนายน 2567 โดยมี นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) นายสุรินทร์ มั่นประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (ผอ.สพร.) ผู้บริหาร สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผู้แทนหน่วยพัฒนา จำนวน 6 แห่ง เข้าร่วม ณ โรงแรมบางกอกพาเลส กรุงเทพมหานคร

ตามที่ สพฐ. โดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2566 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว 16/2565) ขณะนี้ สพฐ. ได้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาทั้งสิ้น จำนวน 5,512 คน ประกอบด้วย ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 3,850 คน และตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 1,662 คน และได้กำหนดให้มีการพัฒนาผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ในอันที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความก้าวหน้าแก่ราชการ

โดยกำหนดดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา) ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการพัฒนาให้แก่หน่วยพัฒนาได้รับทราบและสามารถดำเนินการพัฒนาได้อย่างเหมาะสม เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาที่กำหนด ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์จากหน่วยพัฒนาต้นแบบ

สำหรับ ผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้บริหาร สพฐ. ผู้แทนหน่วยพัฒนา จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ สพป.พิษณุโลก เขต 2 ภาคกลางและภาคตะวันออก สพม.เพชรบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งเป็น 3 หน่วย ได้แก่ สพม.ร้อยเอ็ด สพป.อุบลราชธานี เขต 1 สพม.นครราชสีมา และภาคใต้ สพป.สตูล รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการพัฒนาจาก สพฐ. ส่วนกลาง ได้ร่วมวางแผนดำเนินการพัฒนาตามหลักสูตรการพัฒนาที่ สพฐ. กำหนด แบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา (Competency) จำนวน 7 วัน

ระยะที่ 2 การเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Learning) จำนวน 10 วัน 

ระยะที่ 3 การจัดทำและนำเสนอแผนกลยุทธ์พัฒนาการศึกษาในสถานศึกษา (Strategy Formulation) จำนวน 3 วัน      

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ ในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) ทั้งนี้ สพฐ. ให้ความสำคัญ กับการสรรหา บรรจุ และแต่งตั้งบุคลากรให้พร้อมให้ครบ ทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ ตำแหน่งนักการภารโรง ธุรการโรงเรียน ครูผู้ช่วย ผู้บริหารสถานศึกษา คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการ เร่งให้มีการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย ให้ทันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา

ขอชื่นชม สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) และกลุ่มบริหารงานบุคคล ของทุกเขตพื้นที่ ที่ดำเนินงานได้อย่างเข้มแข็ง ทำให้โรงเรียนมีบุคลากรที่พร้อมต่อการจัดการศึกษา ทันการเปิดภาคเรียน อย่างไรก็ตาม ยังมีภารกิจที่ต่อเนื่องจากการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง คือ กระบวนการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมต่อการรับตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา รอบนี้หน่วยพัฒนาทั้ง 6 แห่ง มีภารกิจต้องพัฒนา ผอ.โรงเรียน มากกว่า 13% ของจำนวนโรงเรียนทั้งหมด หรือ ถ้ารวมรอง ผอ.โรงเรียน ก็มากถึง 18% ของโรงเรียนทั้งหมด การพัฒนา ผอ.โรงเรียน และรอง ผอ.โรงเรียน ให้พร้อมเป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพการศึกษา จึงมีความท้าทายอย่างยิ่ง

“ขอฝากคณะทำงานทุกคน ให้ร่วมกันถอดประสบการณ์การทำงานของตนเอง และถอดประสบการณ์การจัดการอบรม แล้วสังเคราะห์ออกมาเป็นแผนการพัฒนา แผนการจัดอบรม ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ทักษะ เทคนิคการทำงาน เจตคติที่ดี แก่ผู้บริหาร รวมถึง การมีคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม สามารถแปลงนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ไปสู่การปฏิบัติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีภาวะผู้นำทางวิชาการ กำหนดแนวการพัฒนาและยกระดับคุณภาพสถานศึกษาได้ด้วยการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้ ผอ.โรงเรียน และรอง ผอ.โรงเรียน ที่เพิ่งเข้าสู่ตำแหน่ง เป็นส่วนสำคัญของ OBEC ONE TEAM เป็นส่วนร่วมสำคัญที่ทำให้ สพฐ. เป็น “องค์กรคุณภาพ สร้างคนดี มีความสุข” ต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว