เสมา 1 พร้อม สพฐ. ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ชมความคืบหน้าโรงเรียนคุณภาพ พร้อมลดภาระครู-นักเรียน ตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข”

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ ณ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม และโรงเรียนภัทรบพิตร เพื่อติดตามผลการจัดการศึกษาในภาพรวม พร้อมมอบนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและความมั่นคงของชีวิต” ให้กับผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารหน่วยงานด้านการศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการขับเคลื่อนงานของ สพฐ. ได้ดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ “1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ” ในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 46 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา 23 แห่ง และระดับมัธยมศึกษา 23 แห่ง ให้เป็นโรงเรียนศูนย์กลางชุมชน มีคุณภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา การบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และคุณภาพผู้เรียน อยู่ในระดับคุณภาพร้อยละ 85 ขึ้นไป โดยโรงเรียนต้องมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนนักเรียน เช่น สื่อ อุปกรณ์ และงบประมาณในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ตามบริบทของโรงเรียนให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ปัจจุบัน ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีครบชั้น ครบวิชาได้รับการพัฒนาด้านการจัดการชั้นเรียนเชิงบวกและการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้ รวมถึงมีนวัตกรรมการบริหารจัดการเรียนรู้ ทักษะด้าน ICT และทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ นอกจากนั้น โรงเรียนต้องมีโครงสร้างการบริหารองค์กรที่ชัดเจน มีการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล งบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ ที่มีประสิทธิภาพ โดยที่โรงเรียนมีหลักสูตรการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน และการจัดการเรียนรู้สามารถแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงตามเป้าหมายของหลักสูตร และสำคัญที่สุดคือผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมเต็มศักยภาพ อาทิ มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT, O-NET) ที่สูงขึ้น หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมทั้งได้รับการพัฒนาและส่งเสริมทักษะดนตรี กีฬา ศิลปะ ทักษะอาชีพ มีรายได้ระหว่างเรียน มีผลงานโดดเด่น ได้รับรางวัลในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่ ภูมิภาค และประเทศ เป็นต้น

นอกจากนั้น ได้มีการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ โดยพัฒนาโรงเรียนต้นแบบนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ ควบคู่กับการมีอาชีพและรายได้ ดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ ด้วยการพัฒนาปัญญาภายใน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ และการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม รวมถึงการพัฒนาปัญญาภายนอก ได้แก่ การจัดการศึกษาในสถานศึกษา (Active Learning) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ บนฐานนิเวศวัฒนธรรมชุมชน รองรับความต้องการของผู้เรียน และนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา โดยอาศัยการขับเคลื่อนนวัตกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ฐานวิชาชีพ (PLC : Professional learning community)

ส่วนการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ในภาพรวมของสถานศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์นั้น พบว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างดี เช่น การลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ มีผู้ลงทะเบียนขอปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน 136 คน ในการจัดการเรียนการสอน มีการจัดหาอุปกรณ์และสวัสดิการให้เพียงพอและเหมาะสม โดยได้รับจัดสรรระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ DLTV, DLIT เป็นต้น ส่วนการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง นอกจากการดำเนินงานโรงเรียนคุณภาพ ยังมีการพัฒนาระบบการแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิตให้เป็นรูปธรรม มีศูนย์แนะแนวด้านการเรียนรู้ ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ และส่งเสริมให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูล/ ภาพ : ประชาสัมพันธ์ สพม.บุรีรัมย์