
.
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ, นางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการ กพฐ. นางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ร่วมทีมคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เข้าร่วมงานประกาศวาระแห่งชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ
.
ภายในงานดังกล่าว ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพหลัก บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนเครือข่ายภาคเอกชน เข้าร่วมเปิดตัววาระแห่งชาติในครั้งนี้ เพื่อปฏิรูปการพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ภายใต้แนวคิด ‘Lifelong Support’ ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลและส่งเสริมทักษะของประชาชนอย่างเป็นระบบตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ
.
โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า การลงทุนพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์คือหัวใจสำคัญในการนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง โดยเปรียบคำว่า “ยกกำลัง” เป็นการทวีคูณการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการลงทุนกับ “คน” ถือเป็นการยกกำลังที่ยั่งยืนที่สุด เพราะมนุษย์ยังคงเป็นกลไกหลักในการควบคุมและสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งนี้ รัฐบาลจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนฯ (กรอ.) พร้อม 4 คณะอนุกรรมการ เพื่อบูรณาการนโยบายภาครัฐให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานภาคเอกชน มุ่งค้นหา “เลขชี้กำลังที่ใช่” เพื่อปลดล็อกศักยภาพของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง
.
พร้อมกันนี้ ได้มีการนำเสนอผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ในรอบ 90 วันแรก ซึ่งสะท้อนการขับเคลื่อนนโยบายด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาตรวจสอบเพื่อลดความซ้ำซ้อนของงานวิจัยระดับชาติซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้กว่า 72 ล้านบาท การส่งมอบอุปกรณ์อวกาศฝีมือคนไทยเพื่อเตรียมขึ้นสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ ตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำผ่านนโยบาย “TCAS เท่าเทียม” ที่สนับสนุนเยาวชนกว่า 9 แสนคนให้ได้รับสิทธิสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
.
ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการได้ตอบรับวาระดังกล่าวด้วยนโยบาย “คืนเวลาให้ครู” โดยยกเลิกภาระงานประเมินตัวชี้วัดที่ไม่จำเป็นลงกว่าร้อยละ 70 เพื่อคืนเวลาให้ครูได้มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งดำเนินโครงการเพื่อนำเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากว่า 5 แสนคนกลับเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
.
อีกทั้งเพื่อเป็นการต่อยอดศักยภาพของทุนมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนา รัฐบาลได้ประกาศขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) ประกอบด้วย การผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระดับภูมิภาค การลงทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาทในระบบนิเวศนวัตกรรมการแพทย์ การส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ และการสร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI แก่ประชาชน 20 ล้านคน โดยยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนผ่านกลไกของ “ว่าที่คณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ กรอ.” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจชั้นนำของประเทศ เพื่อแปรเปลี่ยนนโยบายภาครัฐให้เกิดการปฏิบัติจริง อันจะนำไปสู่การทวีคูณศักยภาพของคนไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้อย่างยั่งยืน
.
.
ขอบคุณข้อมูลข่าว : กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานรัฐมนตรี ศธ.
เรียบเรียง : อัจฉรา ทั่งโม
ภาพ : เวทย์ มุสิสวัสดิ์
ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน
.
#สพฐ#OBEC#กระทรวงศึกษาธิการ#ยกกำลังประเทศไทย#ยกระดับทุนมนุษย์#นโยบายการศึกษา#AllforEducation#ลดภาระครู#ปลดล็อกตัวชี้วัด#ยกระดับคุณภาพการศึกษา

























