เลขาธิการ กพฐ. ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดการประชุมวิชาการ และนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569

14 ต.ค. 2026
5

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ประชุมนานาชาติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทรงเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569 โดยมี ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วยผู้บริหารการศึกษา ข้าราชการ ครู นักเรียน และประชาชน เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ โดยพร้อมเพรียงกัน

.

การประชุมวิชาการดังกล่าว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษาในภูมิภาค และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หรือ อพ.สธ. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2569 มีเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั่วประเทศกว่า 170 หน่วยงาน และมีผู้แทนจากสถานศึกษา สมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่า 5 พันคน เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน ต่อยอดงานวิจัย นวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยปีนี้ มีผู้อำนวยการโรงเรียน ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ขั้นที่ 2 จำนวน 1 โรงเรียน, เกียรติบัตรงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ขั้นที่ 1 จำนวน 2 โรงเรียน, ป้ายสนองพระราชดำริในงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 15 โรงเรียน และมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับพระราชทานเกียรติบัตรงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น ขั้นที่ 2 จำนวน 1 ตำบล, ป้ายสนองพระราชดำริในงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น 4 ตำบล

.

โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ได้ทอดพระเนตรการแสดงชุด “พฤกษาทวิฝั่ง นาวาศิลป์ถิ่นใต้” และวีดิทัศน์แสดงผลสำเร็จของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานภายใต้แผนแม่บท ระยะที่ 5 ปีที่ 7 สามารถพัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรให้มีระบบข้อมูลที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และกำลังเข้าสู่แผนแม่บท ระยะที่ 5 ปีที่ 8 สืบสาน รักษาและต่อยอด สู่การสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

.

จากนั้น พระราชทานพระราชดำรัสเปิดการประชุมความว่า “งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความรู้และความเข้าใจให้แก่เด็ก เยาวชน บุคลากรและประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและคุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่นตน เพื่อจะได้มีใจช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากร ที่เปรียบเสมือนสินทรัพย์อันมีค่า ที่ธรรมชาติมอบให้ใช้หล่อเลี้ยงชีวิต ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ มีการอบรมให้เข้าใจจุดมุ่งหมายและวิธีการอนุรักษ์ทรัพยากร การใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด การฟื้นฟูทรัพยากรที่เสื่อมโทรม และให้ลงมือปฏิบัติ เช่น สำรวจทรัพยากรในถิ่นที่อยู่ว่ามีสิ่งใดบ้าง ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น หรือดูแลรักษาต้นน้ำลำธารในพื้นที่ให้คงสภาพดี ภารกิจในการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นจะบรรลุผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยเครือข่ายของสถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกันให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้รู้จักคุณค่าของทรัพยากร และการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อปลูกจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ ปลูกความรักความหวงแหนทรัพย์สินอันมีค่า และความมุ่งมั่นที่จะช่วยกันสงวนรักษา ให้ทรัพย์สินเหล่านั้นมีอายุยืนยาว เป็นประโยชน์ไปจนชั่วลูกหลาน”

.

ในงานมีนิทรรศการที่น่าสนใจ เช่น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ แสดงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ทรงเป็นแบบอย่างการใฝ่หาความรู้ตลอดชีวิต ทรงศึกษาเรียนรู้ศาสตร์ วิทยาการต่าง ๆ ทั้งในและนอกระบบ เพื่อใช้ทรงงานพัฒนาประเทศ ทรงก่อตั้งโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เมื่อปี 2535 เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้กรอบการดำเนินงาน 3 ฐานทรัพยากร คือ ทรัพยากรกายภาพ, ทรัพยากรชีวภาพ, ทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญา มีฐานข้อมูลทรัพยากรที่ถูกต้องกว่า 50,000 ข้อมูล มีศูนย์แม่ขายฯ อพ.สธ. 5 แห่ง และศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. อีก 31 แห่งทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง

.

นิทรรศการ “หวนแลทรัพย์ใต้ โหม๋เราร่วมรักษา ยังคุณค่า…ลุยจังฮู้” ของ อพ.สธ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงผลสำเร็จของมหาวิทยาลัยฯ ด้านงาน อพ.สธ. เช่น การค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย, การกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่สีเขียวยั่งยืนในมหาวิทยาลัยฯ และการพัฒนาตำรับยาการแพทย์แผนไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยมหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ ตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. ที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกับสถานศึกษา ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างต่อเนื่องและยาวนากว่า 23 ปี

.

นิทรรศการของศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. และศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. จากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่สามารถนำฐานทรัพยากร องค์ความรู้ งานวิจัย และภูมิปัญญาของแต่ละพื้นที่ไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ เช่น ทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อความยั่งยืนของโลก, ยกระดับฐานทรัพยากรไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม, ทรัพย์สิ่งสินตนแห่งอีสานตอนบนจากพฤกษาสรรค์สร้าง สู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรทรงคุณค่า, หวงเบิ่งมูลมังผืนดินถิ่นอีสานใต้ร่วมกันฮักษา สืบสานต่อยอดยาวนาน, อพ.สธ. ภาคใต้ จากงานวิจัยสู่ชุมชน, และนิทรรศการของหน่วยงานร่วมสนองพระราชดำริ เช่น มรดกธรณีใต้ร่มพระบารมี สืบสาน อนุรักษ์ เรียนรู้ธรณีวิทยาและฟอสซิลไทย แสดงสภาพแวดล้อมโบราณ ซากดึกดำบรรพ์นามพระราชทาน และ ป่าชายเลน รากฐานชีวิต เพื่อทะเล.. เพื่ออนาคต แสดงพื้นที่ป่าชายเลนที่ทรงปลูกบริเวณตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2540 ปัจจุบันชุมชนตำบลหัวเขา รวมกลุ่มดูแลพื้นที่ป่าชายเลน จากพื้นที่ป่าปลูก 1 ไร่ ปัจจุบันขยายไปมากกว่า 120 ไร่ เป็นแนวป้องกันชายฝั่งและพื้นที่เรียนรู้ที่ทรงคุณค่า

.

การจัดประชุมฯ ครั้งนี้ เป็นเวทีให้เยาวชน ชุมชน สถานศึกษา นักวิชาการ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนกว่า 20,000 แห่ง สมาชิกฐานทรัพยากรท้องถิ่นอีกกว่า 7,000 แห่ง รวมถึงหน่วยงานที่ร่วมสนองพระราชดำริกว่า 215 หน่วยงาน ได้แสดงผลงาน ความสำเร็จ สะท้อนถึงความตื่นตัวของคนในท้องถิ่นที่หันกลับมาให้ความสำคัญกับทรัพยากรของตนเองอย่างจริงจัง

.

.

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวในพระราชสำนัก

ภาพ : คณะทำงานเลขาธิการ กพฐ.

เรียบเรียง : อัจฉรา ทั่งโม

ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

.

#สพฐ#OBEC#กระทรวงศึกษาธิการ#รับเสด็จ#การประชุมวิชาการ#นิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน#ฐานทรัพยากรท้องถิ่น#มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์#AllforEducation