
วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุธี พงษ์เพียร์ชอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ รมช.ศธ.) นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นางวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และผู้บริหาร สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานในภาพรวม
.
โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า จากการรายงานทำให้ทราบว่า ปัจจุบันในจำนวนผู้เรียนของ สพฐ. กว่า 6 ล้านคน มีนักเรียนพิการเรียนรวมสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ถึงจำนวน 351,531 คน ในโรงเรียน 21,165 แห่ง สวนทางกับจำนวนผู้เรียนโดยรวมของประเทศที่ลดลง จึงต้องการมารับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการของการจัดการศึกษาพิเศษ ก่อนที่จะมีนโยบายอะไรออกไป เพราะทางรัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการสนับสนุนเพื่อยกระดับการศึกษาพิเศษให้เป็นรูปธรรม เช่น เรื่องของงบประมาณ อุปกรณ์ อัตรากำลัง เพราะเราเข้าใจดีว่า โรงเรียนที่ดูแลเด็กเหล่านี้ไม่เหมือนโรงเรียนปกติทั่วไป รวมทั้งเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพการงานของครูและบุคลากรด้วย ที่จะต้องมีเกณฑ์ประเมินแตกต่างจากเกณฑ์ทั่วไป
.
“วันนี้ได้มารับฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริหาร ครู และบุคลากรภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดการศึกษาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบประกอบวิชาชีพ เรื่องวิทยฐานะ เรื่องเงินอุดหนุนต่าง ๆ จึงได้สั่งการให้เลขาธิการ กพฐ. และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอวิทยฐานะในกลุ่มครูการศึกษาพิเศษ รวบรวมสรุปเป็นข้อเสนอต่อบอร์ด ก.ค.ศ. ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว
.
ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อไปว่า ส่วนในเรื่องของการพัฒนานักวิชาชีพให้มีโอกาสเข้ามาเป็นครูนั้น ตนได้ให้ สพฐ. ไปหารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อหาแนวทางปลดล็อกในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับการพัฒนาครู ที่ครูจะจบเฉพาะเอกภาษาไทย เอกวิทยาศาสตร์ แต่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องของการดูแลเด็กพิการ ทาง สพฐ. จะต้องดำเนินการพัฒนาครูกลุ่มนี้ โดยให้โรงเรียนเรียนรวมที่มีความโดดเด่น ประสานเชื่อมต่อการทำงานด้านการจัดการศึกษาพิเศษให้กับโรงเรียนเรียนรวมอื่นที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาด้วย
.
”กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการศึกษาพิเศษ ที่จะต้องไปดูว่าจะเกลี่ยงบประมาณสนับสนุนการศึกษาพิเศษให้มากขึ้น รวมทั้งดูแลเรื่องของสวัสดิการครูการศึกษาพิเศษ ที่ย้ายกลับบ้านไม่ได้ และจะต้องอยู่จังหวัดที่ใกล้เคียงแทน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพที่สูง ก็จะสอดคล้องกับนโยบายการปรับปรุงบ้านพักครู ที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำงานร่วมกับการเคหะแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และกรมธนารักษ์ เพื่อปรับปรุงบ้านพักครูในปีนี้ในระยะเร่งด่วน และระบุไว้ในแผนงบประมาณปี 2570 เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป“ ศ.ดร.นฤมล กล่าว
.
สำหรับศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2539 เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการทางด้านการศึกษาและเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กในเขตกรุงเทพมหานคร ใน 9 ประเภทความพิการ ได้แก่ บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ทางการได้ยิน ทางสติปัญญา ทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ทางการเรียนรู้ ทางการพูดและภาษา ทางพฤติกรรมและอารมณ์ บุคคลออทิสติก และบุคคลพิการซ้อน โดยจัดและส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาในลักษณะศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (Early Intervention: EI) ทั้งภายในศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง เขตดินแดง และภายนอก ได้แก่ หน่วยบริการ ศูนย์การเรียนสำหรับเด็กในโรงพยาบาล ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ โรงเรียนเรียนร่วม และโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียนเปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู ปัจจุบันมีจำนวนห้องเรียน 35 ห้อง มีครูและบุคลากร จำนวน 298 คน และมีนักเรียน 1,152 คน


















