เสมา 1 ประชุม 245 เขตพื้นที่ เร่งเพิ่มสวัสดิการครู-ปรับวิทยฐานะ สร้างครูดี-เด็กเก่ง ยกระดับคุณภาพศึกษาทั้งระบบ

วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารของ สพฐ. ได้แก่ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ 245 เขต และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกว่า 500 คน ในการนี้ รมว.ศธ. ได้มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร ให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมา รวมจำนวน 140 รางวัล ในโอกาสนี้ด้วย

ศาสตราจารย์นฤมล กล่าวว่า วันนี้นับเป็นโอกาสสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจะได้เริ่มต้นวางแผนการทำงานเพื่อขับเคลื่อนและนำพาการศึกษาไปด้วยกันตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สัมฤทธิ์ผล เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียน อีกทั้งผู้บริหารจะได้รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ รวมถึงประสานงานภายในองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่น ๆ ตลอดจนรัฐบาล โดย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกับตัวดิฉันเอง มีความตั้งใจจะปฏิรูปและผลักดันนโยบายและจุดเน้นด้านการศึกษา โดยเฉพาะการจัดสวัสดิการให้กับครู เพราะเราเชื่อว่า “สวัสดิการครู คือ หัวใจของการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้” เมื่อครูมีสวัสดิการดี เด็กจะเรียนดี ครอบครัวและชุมชนก็จะเติบโตแข็งแรงร่วมกัน

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่อยากเน้นย้ำคือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ได้พระราชทานไว้กับเยาวชน ถึงความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์ พระองค์มิได้ทรงต้องการให้ครูสอนแบบท่องจำว่า “เกิดอะไรขึ้นในประวัติศาสตร์แล้วมาสอบ” แต่ให้สอนเพื่อให้เด็กเข้าใจและคิดวิเคราะห์ได้ว่า “ทำไมเหตุการณ์นั้นถึงเกิดขึ้น” และ “เหตุใดผู้นำในยุคนั้นจึงตัดสินใจเช่นนั้น” เพื่อให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จึงขอฝากผู้อำนวยการเขตทุกท่านให้ตระหนักถึงความสำคัญของ วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ด้วย

“นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ยังได้มารับฟังเสียงสะท้อนจาก ผอ.สพท. ในหลายเรื่อง อาทิ เรื่องบ้านพักครูที่หลายพื้นที่ยังทรุดโทรม ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดย สพฐ. จะลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับการเคหะแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าโครงการปรับปรุงและพัฒนาบ้านพักครู จึงขอให้ สพฐ. และ สพท. สำรวจข้อมูลสภาพบ้านพักครูในแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อนำเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์และผู้ประเมินผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะ ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้พิจารณาทบทวนแล้วในระดับหนึ่ง และจะมีการเสนอร่างหลักเกณฑ์ใหม่เข้าพิจารณาในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ขณะที่ปัญหาอื่น ๆ เช่น งบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยพิบัติ และงบดำเนินงานของ สพท. ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. รวบรวมเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป รวมทั้งเรื่องของศึกษานิเทศก์ ที่จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจาก ผอ.สพท. ครู และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสมต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้านนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี กล่าวว่า “สิ่งที่ได้เน้นย้ำกับ ผอ.สพท. นอกจากการขับเคลื่อนนโยบายตามข้อสั่งการของ รมว.ศธ. แล้ว ยังมีประเด็นท้าทายอีก 9 ข้อของ สพฐ. ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ งานที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ความปลอดภัยนักเรียน ครูต้นแบบ โรงเรียนในโครงการพระราชดำริ งบประมาณ การสื่อสาร ส่งเสริมพหุปัญญา โรงเรียนขนาดเล็ก และสร้างวัฒนธรรมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่าย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ประสานการทำงานร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็จะส่งผลให้การยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง”

เนื้อหา : อัจฉรา ทั่งโม

ภาพ/กราฟิก : ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน